เรือสำราญหรู ไมน์ ชิฟฟ์ 5 (Mein Schiff 5) เทียบท่าเกาะสมุยลำแรกของปี 2566 พร้อมนักท่องเที่ยวยุโรปกว่า 3,000 คน แวะช้อป ชมความงามของทะเลสมุยตามสไตล์นักท่องเที่ยวแบบOne Day Trip สร้างรายได้สู่ประชาชนกว่า 5 ล้านบาท 

วันที่ 14 มกราคม 2566 ณ บริเวณท่าเทียบเรือหน้าทอน อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย เปิดเผยว่า วันนี้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านสปาและร้านขายสินค้าที่ระลึกได้มีโอกาสรับนักท่องเที่ยวชาวยุโรป เยอรมัน ที่เดินทางเข้าเกาะสมุยด้วยเรือสำราญหรู ไมน์ ชิฟฟ์ 5 (Mein Schiff 5)ที่เดินทางมาจากท่าเทียบเรือเวียดนามแวะจอดเทียบท่าเกาะสมุย ลำแรกของปี 2566 ตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนจะเดินทางไปท่องเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยว ชุนชนต่างๆและบริเวณท่าเทียบเรือหน้าทอน ซึ่งมีการจัดกิจกรรมวันเด็ก โดยได้เน้นให้เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต่างๆได้ดูแลและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว ทั้งในส่วนของการเดินทางด้วยรถโดยสารในพื้นที่ ให้ดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวให้มากที่สุด รวมทั้ง ราคาค่าโดยสารที่เป็นธรรม ส่วนการไปใช้บริการในสถานประกอบการ ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้งได้เน้นเรื่องบริการที่ดี มีรอยยิ้มและมิตรภาพที่ดีต่อนักท่องเที่ยว รวมทั้ง ชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะสมุยได้เข้ามาร่วมรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้นิยมการพักผ่อน ทานอาหารทะเล นวดสปา และซื้อสินค้าที่ระลึก ทั้งในเฉวง บ่อผุด ละไม หน้าทอน รวมถึงการเดินทางไปชมวัดวาอาราม จุดชมวิวที่สวยงามของสมุย วันนี้คาดว่าจะมีกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ธุรกิจการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

นางวิภาพักตร์ ถิรสัตยาพิทักษ์ หัวหน้าสำนักงานขนส่งสาขาเกาะสมุย กล่าวว่า การดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวจากเรือสำราญที่จะเดินทางท่องเที่ยวรอบเกาะ ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของรถ การให้บริการของรถโดยสารและรถสาธารณะ เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย มีการเก็บอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรม ซึ่งรถที่เข้ามาให้บริการเป็นรถในพื้นที่ มีการปฏิบัติตามมาตรการที่วางไว้ทุกประการ

สำหรับอำเภอเกาะสมุย ที่ผ่านมาได้รับนักท่องเที่ยวยุโรปเข้าพื้นที่จำนวนมากขึ้น และมีการเตรียมความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าสู่พื้นที่โดยมีการบูรณาการการทำงานผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย เช่น การจัดพื้นที่ให้ไม่แออัด การจัดจุดล้างมือ การตรวจเช็คความพร้อมของเรือโดยสารสำหรับนักท่องเที่ยว การบริหารจัดการจุดเสี่ยงภัยต่างๆ ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ รวมทั้ง เร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ให้กับกลุ่มประชากร 608 และผู้ให้บริการต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่ย้ายเข้ามาทำงานใหม่ ให้ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 4 เข็ม และมีการมีรักษามาตรฐานการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว