ทูน่าไต้หวันคืนชีพที่ภูเก็ตกลับมาขนส่งอีกครั้งเตรียมผลักดันเป็นทูน่าฮับเพื่อสร้างรายได้เข้าจังหวัด 

เมื่อวันที่24 ม.ค.66 นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณท่าเทียบเรือน้ำลึก นายสิทธิพล เมืองสง ประมงจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายแสงศักดา กาลานุสนธิ์ หัวหน้าด่านตรวจประมงภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบเรือประมงเบ็ดราวทูน่าไต้หวัน โดยเรือลำดังกล่าวเป็นลำที่ 4 ของปีนี้ที่ขออนุญาตนำปลาทูน่าขนถ่ายผ่านท่าเทียบเรือที่จังหวัดภูเก็ต หลังหายไปนานกว่า 7 ปี และครั้งนี้สามารถจับได้กว่า 50 ตัน ซึ่งมากกว่า 3 ลำที่เข้ามาก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ การกลับมาของเรือประมงเบ็ดราวทูน่าไต้หวันจะส่งผลดีต่อจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก เพราะเดิมจังหวัดภูเก็ตนับได้ว่าเป็นศูนย์กลางด้านการประมงของภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียฝั่งตะวันออก หรือ ทูน่าฮับ โดยเมื่อปี 2536 จังหวัดภูเก็ตมีเรือเบ็ดราวทูน่าย้ายฐานมาจากรัฐปีนังมาขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตเกือบทั้งหมด และถือเป็นแหล่งทรัพยากรประมงทูน่า ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก มีกองเรือประมงเบ็ดราวทูน่าจากไต้หวันและญี่ปุ่นเข้ามาทำการประมง โดยขนถ่ายและจำหน่ายผ่านจังหวัดภูเก็ต ทั้งเรือประมงเบ็ดราวทูน่าแช่เย็น แช่แข็ง และห้องเย็นขนาดใหญ่ พร้อมทั้งมีพื้นที่สำหรับจัดตั้งเป็นโรงงานแปรรูปทูน่าที่พร้อมในการพัฒนาเป็นเขตส่งเสริมการส่งออกได้ และที่สำคัญคือในด้านการคมนาคมขนส่งทั้งบก ทางเรือ และทางอากาศ ในการขนส่งปลาทูน่าที่มีคุณภาพสูงเพื่อส่งต่อไปจำหน่ายตลาดในประเทศและต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อเมริกา ซึ่งนิยมใช้ปลาสดในการปรุงอาหาร เพราะฉะนั้นปลาที่ส่งออกไปจะต้องเป็นปลาที่สด มีคุณภาพ

นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดพังงา ยังมีโรงงานแปรรูปทูน่ามากถึง 8 โรงงาน สามารถรองรับปลาทูน่าได้ถึง 300 ตัน อีกทั้ง ยังมีอู่เรือ คานเรือรองรับเรือทูน่าที่ต้องการซ่อมบำรุง ที่สำคัญไม่มีผู้มีอิทธิพลที่จะบีบบังคับเรียกค่าคุ้มครองจากเรือทูน่า สิ่งเหล่านี้จะเป็นทางเลือกที่สำคัญที่ทำให้เรือประมงทูน่ากลับมาขึ้นปลาที่จังหวัดภูเก็ต ที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ตมีเรือที่เข้ามาขนถ่ายสัตว์น้ำ ประมาณ 11,000 ตัน สร้างมูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาทแต่ในปี 2558 ประเทศไทยได้รับใบเหลืองจากสหภาพยุโรป ที่ระบุว่าประเทศไทยทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ทำให้ประเทศไทยต้องดำเนินการปรับปรุงกฎหมาย และออกพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ส่งผลให้เรือประมงทูน่าเข้ามาเทียบท่าลดลง ปริมาณขนถ่ายปลาทูน่าเหลือเพียง 158 ตัน เงินหมุนเวียน 15 ล้านบาทเท่านั้น แม้จะยังไม่ดีเท่าปี 2556

นายสิทธิพล กล่าวว่าสำหรับแผนดำเนินการที่จะพัฒนาท่าเทียบเรือภูเก็ตไปสู่ทูน่าฮับนั้น ปัจจุบันอาจจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง เพราะขณะนี้เรือไม่สามารถเข้าไปจอดที่ท่าเทียบเรือขององค์การสะพานปลาได้ เนื่องจากร่องน้ำตื้นทำให้ต้องมาขึ้นปลาที่ท่าเทียบเรือน้ำลึกแทน ขณะเดียวกัน การมาเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกก็ยังมีความไม่พร้อมของสถานที่เพราะเป็นที่โล่ง ซึ่งเรื่องนี้จะนำเสนอปัญหาไปทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป เชื่อว่าหากแก้ปัญหาสิ่งเหล่านี้ได้ สามารถที่จะผลักดันให้จังหวัดภูเก็ตก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการประมงของภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียฝั่งตะวันออก หรือ ทูน่าฮับ ได้อย่างแน่นอน